สถาบันบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ ได้ออกมาแจ้งเตือน ว่าในปัจจุบันนี้ มีการลักลอบนำยาอีใส่ในสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กาแฟ ผู้บริโภค จึงต้องมีวิจารณญาณในการบริโภคกาแฟ และหมั่นคอยติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสังเกตุอาการต่างๆ หลังจากบริโภคกาแฟ ยี่ห้อต่างๆด้วย
กาแฟ ผสมยาอี อันตรายต่อสุขภาพมากแค่ไหน
สำหรับ ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นสิ่งเสพติดตัวเดียวกัน มีฤทธิ์หลอนประสาทแล้วก็กระตุ้นประสาท จะต่างกันบ้างในด้านองค์ประกอบทางเคมี มีทั้งๆที่เป็นแคปซูลแล้วก็เป็นเม็ดยาสีต่างๆแม้กระนั้นที่เจอในประเทศไทย โดยมากมีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนและก็มีเครื่องหมายบนเม็ดยาเป็นรูปต่างๆได้แก่ กระต่าย ค้างคาว นก ดวงตะวัน ฯลฯ
แนวทางการสังเกต ว่ากาแฟนั้น ผสมยาอีหรือไม่
ในขณะนี้มีการลักลอบนำยาอีบดเป็นผงๆใส่ลงในสินค้าต่างๆดังเช่น ซองครีมเทียม ซองกาแฟ 3in1โดยเจอแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นทาง Social Media (สื่อสังคมออนไลน์) เมื่อเสพยาอีไปสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์ภายในช่วงระยะเวลา 30-45 นาที
รวมทั้งฤทธิ์ของยาจะอยู่ภายในร่างกายได้นานราว 6-8 ชั่วโมง ยาอีออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทในช่วงเวลาสั้นๆจากนั้นจะหลอนประสาทอย่างหนัก อาการซึ่งสามารถพินิจได้ข้างหลังดื่มกาแฟผสมยาอี เป็นรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง การได้ยินเสียง และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
ยาอี จะเข้าไปทำลายระบบประสาททำให้เซลล์สมองส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่หลั่งสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญสำหรับเพื่อการคุมอารมณ์ปฏิบัติงานไม่ปกติ โดยจะหลั่งสารนี้ออกมามากยิ่งกว่าธรรมดาคืนความสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปสารดังที่กล่าวมาข้างต้นจะต่ำลง ทำให้ผู้เสพไปสู่สภาพการณ์อารมณ์หมองมัวทุกข์ใจ กำเนิดอาการเศร้าหมอง และก็บางทีอาจเปลี่ยนเป็นโรคทางจิตจำพวกเศร้าหมอง (Depression) มีทิศทางการฆ่าตัวตายสูงยิ่งกว่าคนธรรมดา
ยิ่งกว่านั้นการที่สารซีโรโทนินลดน้อยลง จะก่อให้การนอนไม่ดีเหมือนปกติ เวลาการนอนต่ำลง หลับไม่สนิท อ่อนล้าขาดสมาธิสำหรับในการเรียนรวมทั้งปฏิบัติงาน บางรายนิยมเสพพร้อมทั้งดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยาจำพวกอื่นร่วมด้วย อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะช็อกแล้วก็เสียชีวิตได้
ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้
โดยที่มีการลักลอบนำยาอีใส่ลงในสินค้าต่างๆอาจจะเป็นผลให้ตรวจทานได้ยากขึ้น แนะผู้ดูแล ควรหมั่นติดตามข่าวจากสื่อต่างๆพร้อมพิจารณาความประพฤติปฏิบัติของลูกหลาน แม้เจอมีความประพฤติเสี่ยงแล้วก็เจอสิ่งถูกสงสัย ควรจะสนทนาด้วยเหตุผลไม่ใช้กำลัง บอกถึงผลร้ายต่อร่างกายรวมทั้งอันตรายที่จะตามมา รวมทั้งรีบพาไปพบหมอเพื่อไปสู่วิธีการรักษา