คะน้า ผักชนิดนึงที่ช่วยในเรื่องการบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี

อาหารสุขภาพ

คะน้า ผักคู่ห้องครัวไทยที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณประโยชน์ต่อร่างกายแล้วก็มีสารอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามิน ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ แล้วก็ยังมีโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต้องต่อสภาพทางด้านร่างกายอีกด้วย โดยคะน้าเป็นผักที่หารับประทานได้ทั่วๆไป เอามาปรุงอาหารได้นานัปการรายการอาหาร หรือบางทีอาจเลือกกินใหม่ๆก็ได้เหมือนกัน

คะน้าเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญ หลายประเภท โดยคะน้าสด 1 ถ้วยที่หนักโดยประมาณ 67 กรัม จะให้ท่านค่าทางโภชนาการเป็นพลังงาน 33 แคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม รวมทั้งโปรตีน 3 กรัม ในเวลาเดียวกันคะน้าก็มีไขมันน้อยด้วย ซึ่งโดยมากเป็นไขมันไม่อิ่มตัวในกรุ๊ปกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่สำคัญต่อสภาพทางด้านร่างกายเป็นกรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (Alpha Linolenic Acid) ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตรวมทั้งวิวัฒนาการของร่างกาย ทั้งยังอาจมีส่วนช่วยลดการเสี่ยงโรคหัวใจรวมทั้งเส้นโลหิต แล้วก็บำรุงสมองด้วย

คะน้ายัง ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่บางทีอาจช่วยปกป้องความทรุดโทรมของเซลล์ รวมทั้งลดการเสี่ยงการเกิดโรคบางประเภท ขึ้นรถต่อต้านอนุมูลอิสระที่เจอจำนวนมากในคะน้าหมายถึงเควอสิทิน (Quercetin) รวมทั้งแคมป์เฟอคอยล (Kaempferol) ซึ่งจากการเรียนพบว่าสารกลุ่มนี้มีคุณลักษณะต่อต้านการอักเสบแล้วก็ต่อต้านเชื้อไวรัสได้

 

ประโยชน์ต่อสุขภาพ

คะน้า เป็นผักใบเขียว ที่มีสารอาหารสำคัญทางโภชนาการล้นหลาม ก็เลยมีการอ้างถึงคุณลักษณะของคะน้าสำหรับเพื่อการช่วยทำนุบำรุงแล้วก็รักษาปัญหาด้านสุขภาพอย่างล้นหลามด้วย โดยมีการศึกษาเล่าเรียนคุณประโยชน์ทางยาของคะน้าในทางมุมต่างๆดังต่อไปนี้

คะน้าคะน้าsw

1.บำรุงสายตา 

อายุที่มากยิ่งขึ้นทำให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการแลเห็นสลายตัวลงเรื่อยแต่สารอาหารบางชนิดในคะน้าบางทีอาจช่วยคุ้มครองปกป้องแล้วก็ชะลอการเกิดโรคทางสายตาได้ ตัวอย่างเช่น ลูทีน (Lutein) แล้วก็ซีแซนทิน (Zeaxanthin) ฯลฯ โดยมีงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยหนึ่งศึกษาเล่าเรียนแหล่งของกินของลูทีนรวมทั้งซีแซนทินในด้านประสิทธิผลต่อร่างกายตา 

พบว่ามีสารในเครือญาติแคโรทีนอยด์อย่างลูทีนแล้วก็ซีแซนทินเป็นจำนวนมากในผักใบเขียวอย่างคะน้า ผักโขม และก็บร็อคโคลี่ โดยเจออัตราส่วนของสารดังกล่าวมาแล้วข้างต้นในคะน้าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับผักใบเขียวประเภทอื่น ซึ่งสารพวกนี้บางทีอาจช่วยลดการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคต้อกระจกแล้วก็โรคหน้าจอประสาทตาเสื่อมได้ อย่างไรก็ดี ยังคงจำเป็นต้องเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกเพื่อการันตีคุณลักษณะของคะน้าสำหรับการบำรุงสายตาให้แจ้งชัดเพิ่มขึ้นถัดไป

 

2.ลดระดับคอเลสเตอรอล

ระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูงเหลือเกินอาจจะก่อให้เสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดแดงแข็งแล้วก็โรคหัวใจได้ เนื่องด้วยคอเลสเตอรอลจะเกาะตัวกันบนฝาผนังเส้นเลือด ทำให้เส้นโลหิตตีบแคบจนกระทั่งอาจจะเป็นผลให้โลหิตไหลเวียนได้ไม่สบายแล้วก็เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ หลายท่านมั่นใจว่าคะน้าเป็นผักประเภทหนึ่งที่อาจมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ 

โดยมีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยหนึ่งให้คนไข้ผู้ชายที่มีสภาวะไขมันในเลือดสูงปริมาณ 32 คน กินน้ำคะน้าจำนวน 150 มล.เสมอๆทุกเมื่อเชื่อวันติดต่อกันเป็นเวลานาน 12 อาทิตย์ พบว่าน้ำคะน้าช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ดีต่อสุขภาพ (High-Density Lipoprotein: HDL) ได้ 27 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

เดินเร็วwsdw

3.ป้องกันมะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนไปจากปกติของเซลล์ข้างในเต้านมจนถึงเปลี่ยนเป็นก้อนเนื้อร้าย หากแม้โรคนี้จะพบได้ทั่วไปในผู้หญิงแม้กระนั้นก็สามารถเจอได้ในผู้ชายด้วยเหมือนกัน จำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจกับการตรวจร่างกายแล้วก็ตรวจเต้านมเสมอๆ ซึ่งคะน้าอุดมไปด้วยสารประกอบอย่างอินวัวล-3-คาร์ฟินอล (Indole-3-Carbinol) และก็ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ที่มั่นใจว่าอาจมีฤทธิ์ต้านทานเซลล์ของโรคมะเร็งได้ 

โดยมีการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งทำให้เห็นว่า ซัลโฟราเฟนอันเป็นสารประกอบที่เจอในผักเครือญาติกะหล่ำปลี เป็นต้นว่า คะน้า บร็อคโคลี่ และก็กะหล่ำดาว ฯลฯ อาจมีคุณลักษณะต่อต้านโรคมะเร็งแล้วก็ช่วยยั้งเซลล์ของมะเร็งเต้านมได้ สอดคล้องกับการเรียนสมรรถนะของผักเครือญาติกะหล่ำปลีต่อโรคมะเร็งในหลายงานค้นคว้าวิจัยก่อนหน้านี้ ซึ่งพบว่าสารประกอบอินวัวล-3-คาร์ฟินอล และก็ซัลโฟราเฟนในผักเชื้อสายกะหล่ำปลีมีผลกระทบต่อตัวรับเอสโตรเจนในเซลล์ของโรคมะเร็งเต้านม ก็เลยบางทีอาจช่วยคุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งเต้านมได้

 

ปลอดภัยด่อสุขภาพ?

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับจำนวนการบริโภคคะน้าที่ปลอดภัยอย่างแน่ชัด โดยเหตุนั้น ควรจะกินคะน้าในจำนวนที่สมควร แล้วก็ควรจะล้างให้สะอาดทุกหนเพื่อกำจัดสารเคมีรวมทั้งสิ่งแปลกปลอมก่อนบริโภค โดยการกินคะน้าเพื่อได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ควรจะกินใหม่ๆหรือทำให้สุกเพียงนิดหน่อย เพราะว่ามีการศึกษาค้นคว้าพบว่าความร้อนจากการปรุงอาหารจะก่อให้คุณประโยชน์ทางของกินของคะน้าต่ำลง โดยยิ่งไปกว่านั้นสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆได้แก่ โพลีฟีนอล เบต้าแคโรทีน และก็วิตามินซี ฯลฯ

ยิ่งไปกว่านี้ ประสิทธิผลแล้วก็ความปลอดภัยจากการใช้สินค้าธรรมชาติจากคะน้าเพื่อคุณประโยชน์ทางยานั้นขึ้นกับหลายเหตุ ตัวอย่างเช่น อายุ และก็ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆฯลฯ ทั้งยังในขณะนี้ยังขาดหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่จะส่งเสริมรวมทั้งกำหนดจำนวนที่สมควรสำหรับเพื่อการบริโภคคะน้า จำเป็นต้องขอคำแนะนำหมอหรือผู้ชำนาญ รวมทั้งอ่านฉลากสินค้าอย่างละเอียดลออก่อนบริโภคทุกครั้ง