สุขภาพ กับการดูแลสายตาของตนเอง เป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยและไม่ควรมองข้าม ตรวจสายตา เป็นประจำ หรือเมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีความผิดปกติ เช่น มีน้ำตาไหลตลอดเวลา มีอาการระคายเคืองตาบ่อย เจ็บบริเวณดวงตา แพ้แสงสู้แสงไม่ได้ ซึ่งปัญหาที่เกี่ยวกับดวงตา ควรจะรีบแก้ไข และไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสายตาว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
ในปัจจุบันนี้นั้นคนไทย กำลังที่จะมีปัญหาสายตามากขึ้นโดยตลอดในช่วงระยะหลังเนื่องจากพฤติกรรมในการอยู่บนหน้าจอเป็นจำนวนมากและเวลานาน โดยมีตัวการร้ายทำลายสายตาอยู่รอบข้าง อีกทั้งจากการทำงานแล้วก็การศึกษาเล่าเรียนที่จะต้องจ้องหน้าหน้าจอเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เป็นระยะเวลานาน หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นมาจากรังสียูวีของแสงอาทิตย์แล้วก็ดวงไฟ
สัญญาณอันตราย ควรที่จะทำให้คุณควร ตรวจสายตา
สำหรับสัญญาณอันตรายหรือปัญหาสายตาในลักษณะนี้นั้นควรที่จะรีบพบจักษุแพทย์โดยด่วนเลยก็คือมักจะมีอาการดังต่อไปนี้
1.เห็นภาพซ้อนที่ผิดปกติ
2.เกิดอาการแสบ ตาตาแห้ง
3.วิงเวียนศีรษะหน้ามืด
4.เกิดอาการปวดตา
วัยทำงานและวัยเรียนควรแก่การตรวจสอบ
กลุ่มวัยทำงานรวมทั้งวัยเรียน ควรจะตรวจเช็คสุขภาพดวงตาแล้วก็อัพเดทค่าสายตาบ่อยๆทุกปี เพราะเหตุว่าปัญหาสายตาของกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนมากมีเหตุมาจากการใช้สายตาจ้องหน้าหน้าจอเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีแสงสีฟ้าที่เป็นภัยต่อดวงตาอย่างสม่ำเสมอทุกๆวันตรงเวลาหลายชั่วโมง โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่จะต้องดำเนินงานที่บ้าน
รวมทั้งเรียนทางเน็ต ถ้าหากดวงตากระทบกับแสงสีฟ้านานเหลือเกิน จะทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อเซลล์จุดรับภาพของดวงตา ซึ่งมีการเสี่ยงที่จะเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม โดยจะมีลักษณะปวดตารวมทั้งภาพจุดโฟกัสเบลอ
การดูแลและถนอมสายตา
ควรจะใช้สายตาตามหลัก นั่นเป็นใช้สายตา 20 นาที ควรจะพักสายตาโดยมองดูไประยะไกล 20 ฟุต ตรงเวลา 20 วินาที ปรับความสว่างจอให้สมควร ใส่แว่นตาที่ประกอบเลนส์ปกป้องแสงสีฟ้า เปลี่ยนท่าทางหรือเคลื่อนเสมอๆ
เพื่อลดลักษณะของการปวดปวดเมื่อยของร่างกาย นั่งดำเนินงานในห้องเครื่องปรับอากาศเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ได้โอกาสเกิดภาวะตาแห้งจากฟิล์มถ่ายรูปน้ำตาระเหย ทำให้แสบตาแล้วก็ตาแดง โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ ชี้แนะให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อเพิ่มความชื้นที่ผิวตา กะพริบตา 15 ครั้งต่อนาที รวมทั้งสลับใส่แว่นสายตาขนาดใหญ่เพื่อทุเลาอาการตาแห้ง