ยุคนี้ เป็นยุคแห่งการแข่งขัน การดิ้นรนเอาตัวรอด เป็นยุคแห่งความตึงเครียดสะสม จนทำให้ใครหลายคน เริ่มสับสนกันตนเอง จนเป็น ไบโพลาร์ ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว ไม่เข้าใจตนเอง เดี๋ยวอารมณ์ดี สักพัก อารมณ์เสีย แบบไม่มีสาเหตุ เหมือนเป็นคนสองบุคลิก ไม่เข้าใจตนเอง ไม่เข้าใจผู้อื่น แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า เราเป็นโรคไบโพลาร์ แล้วหรือยัง
เข้าใจโรค ไบโพลาร์
อารมณ์แปรปรวน (bipolar disorder)
สำหรับ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว หรือโรคไบโพลาร์ (Bipolar disorder) เป็นความไม่ดีเหมือนปกติทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีลักษณะอารมณ์ที่เปลี่ยนไปๆมาๆ ระหว่างอารมณ์กลัดกลุ้ม (major depressive episode)
สลับกับตอนที่จิตใจเบิกบานมากยิ่งกว่าธรรมดา (mania หรือ hypomania) โดยอาการในแต่ละตอนบางทีอาจเป็นอยู่นานเป็นอาทิตย์ หรือหลายๆเดือนก็ได้ ซึ่งอาการกลุ่มนี้จะทำให้เกิดผลเสียต่อการดำนงชีพของคนเจ็บทั้งยังในด้านงานการ การดำรงชีพ ความเกี่ยวเนื่องกับบุคคลอื่น และก็การดูแลตัวเองอย่างยิ่ง ทำให้ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตทุกวันได้อย่างปกติ
อาการที่พบได้โดยทั่วไป
ข้อมูลที่ได้มาจาก สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ ภาควิชาแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผู้เจ็บป่วยที่ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ จะมีตอนที่อารมณ์ไม่ดีเหมือนปกติ โดยมีตอนเซื่องซึม (depressive episode) สลับกับตอนที่ร่าเริงแจ่มใส หรือมีชีวิตชีวามากยิ่งกว่าธรรมดา (mania หรือ hypomania) ซึ่งขอชี้แจงแยกเป็นระยะๆเป็นตอนร่าเริงแจ่มใสมากยิ่งกว่าธรรมดา หรือเมเนีย (mania) ผู้เจ็บป่วยจะมีลักษณะ ดังต่อไปนี้…
1.อารมณ์เปลี่ยนแปลง
คนไข้จะมีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส สบายใจ หรืออารมณ์เสียง่ายก็ได้ ซึ่งเครือญาติใกล้ชิดของคนเจ็บชอบดูได้ว่าอารมณ์ของคนไข้เปลี่ยนไปจากเดิมจนกระทั่งแตกต่างจากปกติ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้น ต้องเป็นต่อเนื่องกันทุกวี่วันอย่างต่ำ 1 อาทิตย์
2.มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น
ผู้เจ็บป่วยจะมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองมีความรู้ความเข้าใจมากมาย เกินความจำเป็น มั่นใจว่าตัวเองสำคัญ และก็ยิ่งใหญ่ หรืออาจมีรายละเอียดของความนึกคิดไม่ปกติมากมาย ถึงกับขนาดว่าตัวเองสำคัญ หรือยิ่งใหญ่ ดังเช่นว่า มั่นใจว่าตัวเองมีอำนาจมากมาย หรือมีพลังอำนาจพิเศษ ฯลฯ
3.นอนผิดปกติ
การนอนผิดปกติไป คนไข้จะมีความต้องการสำหรับในการนอนลดน้อยลง คนป่วยบางรายบางทีอาจคิดว่านอนเพียงแค่ 3 ชั่วโมงก็พอเพียงแล้ว ฯลฯ
4.คิดเร็ว พูดเร็ว
ความคิดแล่นเร็ว ผู้เจ็บป่วยจะคิดออกจะเร็ว ครั้งคราวคิดหลายๆเรื่องพร้อมเพียงกัน คิดเรื่องหนึ่งไม่ทันจบก็จะคิดเรื่องอื่นโดยทันที บางทีบางทีอาจแสดงออกมาในรูปของการมีโครงงานต่างๆเยอะมาก บอกเร็วขึ้น เพราะว่าความนึกคิดของคนป่วยแล่นเร็ว ก็เลยมีผลต่อคำบอกเล่า ที่แสดงออกมาให้มองเห็น ผู้เจ็บป่วยชอบบอกเร็ว แล้วก็สอดแทรกได้ยาก ยิ่งถ้าเกิดอาการร้ายแรงคำกล่าวจะดัง และก็เร็วขึ้นอย่างยิ่งจนกระทั่งบางทียากต่อการรู้เรื่อง
5.สมาธิสั้น วอกแวก
วอกแวกง่าย คนเจ็บจะไม่ค่อยมีสมาธิอยู่กับบางสิ่งบางอย่างได้นาน แล้วก็ความพอใจชอบเปลี่ยนไปตามสิ่งกระตุ้นข้างนอกที่เข้ามากระตุ้นได้ง่าย
6.ยับยั้งชั่งใจไม่ได้
การเคลื่อนไหวมากขึ้น ในคนเจ็บบางรายจะทำกิจกรรมต่างๆตลอดระยะเวลา ในขณะที่ปฏิบัติงาน ที่สถานศึกษา หรือที่บ้าน มีการเคลื่อนมากขึ้นเรื่อยๆแจ้งชัด ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งๆได้ ไตร่ตรองมิได้ คนเจ็บเมเนียมักจะแสดงกริยาที่เกิดขึ้นมาจากการหักห้ามใจไม่ได้ ดังเช่นว่า ดื่มสุรามากมายๆโทรศัพท์ทางไกลมากมายๆเล่นการเดิมพัน หรือเสี่ยงดวงเป็นอย่างมาก ใช้เงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้